บริษัท อี เอ็ม คิวเซ จำกัด

บริษัท อี เอ็ม คิวเซ จำกัด (EM KYUSEI CO., LTD.) ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2540

ประวัติความเป็นมา

ในปี พ.ศ.2511  นายคาซูโอะ วาคุกามิ ประธานมูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา (ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้นำเกษตรธรรมชาติเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย และหลังจากนั้นได้จัดตั้งโรงเรียนอาชีวเกษตรสงเคราะห์ ขึ้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2518 เปิดสอนเป็นหลักสูตรการทำเกษตรธรรมชาติที่ไม่ใช้สารเคมี มีแต่การใช้ปุ๋ยคอกที่ได้มาจากการหมักอินทรียวัตถุ ทำให้ประสบปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ต้นทุนสูง ไม่สามารถป้องกันโรคและแมลงได้ รวมถึงไม่สามารถเพิ่มผลผลิตได้ตามเป้าหมาย

ปี พ.ศ.2526 นายคาซูโอะ  วาคุกามิ ได้นำเทคโนโลยี EM เข้ามาทดลองใช้ในประเทศไทย หลังจากที่ได้ทราบว่า ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยริวกิว จังหวัดโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบการใช้จุลินทรีย์ในการเกษตร โดยตั้งชื่อว่า “อี เอ็ม” ย่อมาจาก Effective Microorganisms หรือที่เรียกกันว่า จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ในปี 2525

หลังจากนั้นจึงได้ทดลองใช้ EM อย่างจริงจัง เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี จนมั่นใจในประสิทธิภาพของ EM ว่าสามารถแก้ปัญหาการทำเกษตรธรรมชาติแบบเดิมซึ่งกำลังประสบอยู่ได้อย่างแท้จริง จึงมีความคิดที่จะเผยแพร่เทคโนโลยี EM สู่สังคม

ปี พ.ศ.2531 นายคาซูโอะ วาคุกามิ จึงได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเกษตรธรรมชาติคิวเซ ขึ้นที่เลขที่ 90 หมู่ 1 ตำบลชำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อเผยแพร่การใช้เทคโนโลยี EM ในด้านการเกษตร  ปศุสัตว์ ประมง และการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่เกษตรธรรมชาติที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค ผลิตอาหารที่ปลอดภัย ไร้สารพิษสารเคมี ได้รสชาดดี และมีคุณค่าทางโภชนาการ รักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เป็นการทำการเกษตรแบบยั่งยืน ไม่ทำลายดิน สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ  เป็นการใช้วัสดุการเกษตรที่มีต้นทุนต่ำสามารถหาได้ง่ายตามท้องถิ่น แต่สามารถเพิ่มผลผลิตได้ และสามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อการเพิ่มของประชาการโลกในอนาคต เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีฐานะที่ดีกว่าปัจจุบัน ช่วยแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและจิตใจของผู้ผลิตและผู้บริโภคได้ เป็นเทคโนโลยีที่ง่าย ใครๆ ก็สามารถปฏิบัติได้

เมื่อได้เปิดการอบรมการใช้จุลินทรีย์ EM ที่ศูนย์เกษตรธรรมชาติคิวเซ จ.สระบุรี มีผู้สนใจเข้ารับการอบรมจากทั่วประเทศจำนวนมาก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รวมผู้เข้ารับการอบรมที่ผ่านมาจำนวน 128,000 กว่าคน นอกจากนั้นยังมีการอบรมพิเศษให้กับหน่วยงานต่างๆ อีกมากมาย ทั้งในส่วนราชการต่างๆ องค์กรเอกชน เกษตรกรทั่วไป ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเนื่องจากเทคโนโลยี EM สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่าย ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้ใช้ และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ปี พ.ศ.2540 นายคาซูโอะ วาคุกามิ จึงได้จัดตั้งบริษัท อี เอ็ม คิวเซ จำกัด ขึ้นมาเพื่อผลิตและจำหน่ายจุลินทรีย์ EM อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตจาก ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ผู้ค้นพบจุลินทรีย์ EM ในปี 2526

ต่อมา วันที่ 2 กรกฎาคม 2546 ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ได้มอบอำนาจลิขสิทธิ์เทคโนโลยีการผลิตและการจัดจำหน่าย EM ประเทศไทย ให้กับนายคาซูโอะ วาคุกามิ และนายภาวุฒิ คุณวัฒนภักดี (เป็นการส่วนตัว)

และหลังจากนั้น ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ได้แต่งตั้งให้ EM Research Organization, Inc. (EMRO) ผู้ทำการควบคุมลิขสิทธิ์เทคโนโลยีการผลิตและจัดการจำหน่าย EM ทั่วโลก มาทำสัญญา อนุญาตให้ใช้ Know-How ของ EM (EM Know-How License and Assistance Agreement) กับ บริษัท อี เอ็ม คิวเซ จำกัด ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547

 

ปัจจุบันบริหารงานโดยนายภาวุฒิ คุณวัฒนภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท อี เอ็ม คิวเซ จำกัด สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 194 หมู่ 6 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี  โดยมีโรงงานผลิต EM ตั้งอยู่เลขที่ 1/5 หมู่ 3 ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมกิจกรรมในการพัฒนาสังคมไทย โดยที่ได้รับความร่วมมืออันดีจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิฯ และบริษัทเอกชนจำนวนมาก ภายใต้ความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของ EM จนถึงทุกวันนี้